ภาพรวมของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินในประเทศไทยในปี 2569 แสดงให้เห็นการปรับตัวอย่างลึกซึ้งทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) ชี้ว่า ประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนเกินกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด (รายงานสถิติ NSO 2569) ทำให้สินค้าที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัย เช่น อาหารเสริมบำรุงข้อ กระดูก และสายตา มีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้บริโภควัยทำงานอายุ 25–45 ปีกำลังกลายเป็นกำลังซื้อใหม่ที่ขับเคลื่อนตลาดด้วยพฤติกรรมที่แตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน
ตัวแปรสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของตลาด
สังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การใช้ชีวิตบนดิจิทัลทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลและสั่งซื้ออาหารเสริมได้ตลอด 24 ชั่วโมง หลังวิกฤตโควิด-19 หลายคนให้ความสำคัญกับภูมิคุ้มกันและสุขภาพองค์รวมมากขึ้น จนเกิดเป็นพฤติกรรมการบริโภคเชิงป้องกันที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวัน ข้อมูลจาก NSO ปี 2569 ยังระบุว่า ครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 8 จากปีก่อน
การเปลี่ยนผ่านของสินค้า: จากสูตรรวมสู่สารอาหารเฉพาะด้าน
อาหารเสริมเฉพาะด้าน
แม้วิตามินซี ดี และซิงก์ยังคงเป็นพื้นฐานที่คนไทยเลือกซื้อ แต่ตลาดกำลังมุ่งสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น คอลลาเจนเปปไทด์ กลูตาไธโอน โอเมก้า-3 โพรไบโอติก และสารสกัดจากสมุนไพรไทย เช่น ขมิ้นชัน ขิงดำ และมะรุม ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
Personalized Supplement
กลุ่มผู้บริโภคในเมืองเริ่มหันมาใช้บริการ Personalized Supplement ที่ออกแบบสูตรจากผลตรวจสุขภาพหรือข้อมูลพันธุกรรม สะท้อนการยกระดับจาก “ซื้อตามกระแส” ไปสู่ “ซื้อตามร่างกายของตัวเอง”
ช่องทางขายและอิทธิพลของคอนเทนต์สุขภาพออนไลน์
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop และ Line OA กลายเป็นช่องทางหลักในการซื้อขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แบรนด์ D2C และผู้ประกอบการรายย่อยใช้ไลฟ์สตรีมมิ่งและวิดีโอสั้นในการสาธิตสรรพคุณและตอบคำถามแบบเรียลไทม์ อินฟลูเอนเซอร์ด้านสุขภาพ เภสัชกร และแพทย์ผิวหนังมีส่วนสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามและบำรุงสมอง
มาตรฐานและความปลอดภัยที่ผู้บริโภคต้องใส่ใจ
การเติบโตที่รวดเร็วมาพร้อมกับความเสี่ยงเรื่องสินค้าปลอม สินค้าไม่จดแจ้ง และการโฆษณาเกินจริง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในปี 2569 ได้ยกระดับการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยบังคับให้แสดงเลขจดแจ้ง 13 หลักและคิวอาร์โค้ดบนฉลากเพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบย้อนกลับได้ง่ายขึ้น การตรวจสอบก่อนซื้อจึงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้
กรณีศึกษาร่วมสมัย: กระแสไวรัล “Morning Glow Stack” และ “Focus & Memory”
ในช่วงปี 2569 เทรนด์ใน TikTok และ Instagram เกี่ยวกับ “Morning Glow Stack” ซึ่งประกอบด้วยคอลลาเจนเปปไทด์ วิตามินซี และกลูตาไธโอน กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว ทำให้สินค้าในกลุ่มผิวพรรณมียอดขายพุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์บำรุงสมองอย่างเห็ดหลินจือแดง แปะก๊วย และวิตามินบีรวม ถูกนำเสนอในชื่อ “Focus & Memory” และได้รับความนิยมมากในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ยอดขายบนแพลตฟอร์ม Shopee เพิ่มขึ้นเท่าตัวในช่วงแคมเปญกลางปี ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าอาหารเสริมในสายตาผู้บริโภคไทยปี 2569 ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือป้องกันโรค แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลภาพลักษณ์และเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิตและการทำงาน
