ซีรีส์วาย-GL กับโมเดลรายได้ที่ “แฟนมีตติ้ง” สำคัญกว่าค่าลิขสิทธิ์ซีรีส์

ซีรีส์วาย-GL กับโมเดลรายได้ที่ “แฟนมีตติ้ง” สำคัญกว่าค่าลิขสิทธิ์ซีรีส์

40% ของรายได้สตูดิโอมาจากงานแฟนมีตติ้ง ไม่ใช่การขายซีรีส์

อุตสาหกรรมซีรีส์วาย (Y-series) ของไทยมีมูลค่าประมาณ 4,900 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 และเติบโตปีละ 17–18% โดยแซง 5,000 ล้านบาทในปี 2569 ข้อมูลจากสมาคมคอนเทนต์ Boys Love ไทย (TBLC) ระบุว่า มากกว่า 40% ของรายได้สตูดิโอหลายแห่งมาจากการตลาดต่อยอด ทั้งงานแฟนมีต คอนเสิร์ต สินค้าลิขสิทธิ์ และดีลแบรนด์ ไม่ใช่จากการขายซีรีส์หรือลิขสิทธิ์โดยตรง

ซีรีส์ทำหน้าที่เป็น “ช่องทางสร้างฐานแฟน” ไม่ใช่สินค้าทำเงินก้อน

ประธาน TBLC ระบุว่าซีรีส์ส่วนใหญ่เพียงคุ้มทุนหรือกำไรเล็กน้อยจากการขายซีรีส์หรือลิขสิทธิ์ เนื้อหาจึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือดึงดูดผู้ชมให้กลายเป็นแฟนคลับ และรายได้จริงจะเกิดหลังจากที่ผู้ชมกลายเป็นแฟนด้อมที่พร้อมซื้อตั๋วแฟนมีต ซื้อสินค้า และตอบสนองต่อกิจกรรมของนักแสดง นี่คือการกลับด้านของตรรกะทางธุรกิจ: ยอดวิวไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นขั้นกลางที่นำไปสู่การสร้างรายได้ผ่านแฟนมีตติ้ง

ทำไมแฟนมีตติ้งซีรีส์วายจึงขายได้แม้อยู่ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

ปัจจัยหนึ่งคือช่องว่างทางนโยบายของจีนที่จำกัดการผลิตและเผยแพร่ซีรีส์ดัดแปลงจากวรรณกรรมชายรักชายอย่างเข้มงวดตั้งแต่ปี 2564 ความต้องการของผู้ชมจีนจึงไหลออกมาสู่คอนเทนต์ไทย ทำให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ประโยชน์สูงสุด และแฟนคลับจีนมีบทบาททั้งในฐานะผู้ชม ผู้ซื้อสินค้า ผู้ร่วมงานแฟนมีต และนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม กรณีความขัดแย้งในงาน International Novel Festival 2026 ยังเตือนว่าธุรกิจที่พึ่งพาความผูกพันของแฟนคลับมีความเสี่ยงต่อชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็ว หากกฎกติกาในงานไม่ชัดเจน

ตัวเลขที่มากกว่าหนึ่งตลาด

ตลาด BL/GL ของไทยมีมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากผู้ชมต่างประเทศ แฟนมีตติ้งจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมในประเทศ แต่เป็น “สินค้าส่งออกเชิงประสบการณ์” ที่ดึงดูดแฟนจากจีน ละตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เดินทางเข้ามาใช้จ่ายในไทย