ระบบเศรษฐกิจสุขภาพของไทยไม่ได้อาศัยเพียงสปา โรงพยาบาล และการท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยห้องคลีนรูม ถังไนโตรเจนเหลว และข้อมูลชีวภาพส่วนบุคคล MEDEZE Group บริษัทไบโอเทคสัญชาติไทย ได้พัฒนาจากธนาคารชีวภาพระดับพรีเมียมไปสู่ผู้เล่นด้านชีวเภสัชภัณฑ์แบบครบวงจร โดยให้บริการจัดเก็บเนื้อเยื่อไขมัน เลือดสายสะดือ และเซลล์รากผมในห้องคลีนรูมระดับ Class 100
Biobanking คืออะไร และทำไมไทยต้องลงทุน
Biobanking คือการเก็บรักษาวัสดุชีวภาพส่วนบุคคลไว้สำหรับใช้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ฟื้นฟูหรือการชะลอวัย แนวคิดนี้เปลี่ยนจากการรักษาโรคหลังจากเกิดขึ้นแล้ว ไปสู่การเก็บรักษาทรัพยากรชีวภาพเพื่อรองรับการรักษาในอนาคต ตลาด ATMPs ทั่วโลกมีมูลค่า 22,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 830,000 ล้านบาท) ในปี 2024 และค่ารักษาต่อครั้งอาจอยู่ที่ 3–30 ล้านบาท ประเทศไทยตั้งเป้าให้ประชาชนเข้าถึง ATMPs มาตรฐาน และผลักดันผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาในประเทศอย่างน้อย 2 รายการออกสู่ตลาดภายในปี 2026
ATMPs Sandbox และแผนที่นำทางระดับชาติ
กระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนา ATMPs Sandbox ร่วมกับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยมุ่งเน้น 3 กลุ่มโรคหลัก ได้แก่ โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม โรคผิวหนังและความชรา และมะเร็งลำไส้ใหญ่ แผนที่นำทาง Thailand ATMP Roadmap 2025 ภายใต้ธีม “Fast Track to Access and Innovation: Fastest in ASEAN” สะท้อนความมุ่งมั่นของไทยในการเป็นผู้นำด้าน ATMPs ในภูมิภาคอาเซียน
ลดการนำเข้าเพื่อความมั่นคงทางสุขภาพ
MEDEZE กำลังร่วมมือกับ GPO ในการผลิตสื่อเลี้ยงเซลล์ในประเทศ และร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการพัฒนาโปรตีนเกรดการแพทย์ ความร่วมมือเหล่านี้อาจลดต้นทุนวัสดุนำเข้าจากตะวันตกได้ถึง 80% หากไทยสามารถพัฒนา ขึ้นทะเบียน และส่งมอบการบำบัดด้วยเซลล์ขั้นสูงภายใต้กรอบกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ ประเทศไทยจะสามารถดึงดูดผู้ป่วยจากทั่วเอเชียที่ต้องการการรักษาที่มีมาตรฐานทางคลินิกและต้นทุนที่แข่งขันได้
Biobanking จึงไม่ใช่แค่ธุรกิจสุขภาพ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของยุทธศาสตร์ชาติด้านไบโอเทค
