YouTube vs Spotify vs Apple Podcasts สมรภูมิแพลตฟอร์มพอดแคสต์ไทยในยุค Video-First

YouTube vs Spotify vs Apple Podcasts สมรภูมิแพลตฟอร์มพอดแคสต์ไทยในยุค Video-First

การแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์มพอดแคสต์ในไทยทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากการเปลี่ยนผ่านสู่ Video-First Podcast ที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างแพลตฟอร์มวิดีโอและแพลตฟอร์มเสียงเริ่มเลือนหาย แต่ละแพลตฟอร์มต่างงัดกลยุทธ์เด่นของตัวเองออกมาเพื่อดึงดูดทั้งครีเอเตอร์และผู้ฟัง

YouTube: แพลตฟอร์มหลักของพอดแคสต์ไทย

YouTube กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดสำหรับพอดแคสต์ไทย โดยข้อมูลจาก YouTube ระบุว่าเวลาการรับชมวิดีโอที่มีคำว่า “Podcast” หรือ “พอดแคสต์” เพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 89.75% ของ Gen Z ไทยบริโภคพอดแคสต์ผ่าน YouTube

จุดแข็งของ YouTube อยู่ที่การผสมผสานระหว่างวิดีโอและเสียง ทำให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากทั้ง AdSense โฆษณาในสตรีม และการสนับสนุนจากแบรนด์ผ่าน Sponsorship ตัวอย่างช่องพอดแคสต์ไทยที่ประสบความสำเร็จบน YouTube ได้แก่ Salmon Podcast ที่มีผู้ติดตาม 468,000 ราย และมีรายได้จากสปอนเซอร์วิดีโอ รวมถึงช่องอื่น ๆ อาทิ Farose Podcast, GoodDay Podcast และ CK Cheong ที่ YouTube แนะนำให้ติดตาม

Spotify: เสียงที่ยังคงเอกลักษณ์

แม้ YouTube จะครองส่วนแบ่งการรับชม แต่ Spotify ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับผู้ที่ต้องการฟังพอดแคสต์แบบเสียงล้วน ข้อมูลจาก Spotify ระบุว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนการผลิตรายการพอดแคสต์ในประเทศไทยเติบโตขึ้นถึง 81% แพลตฟอร์มนี้ยังคงเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ฟังที่ต้องการประสบการณ์แบบ “หน้าจอดับ” และเป็นช่องทางที่แบรนด์ใช้สำหรับการโฆษณาแบบ Host-read Ads ที่ได้ผล

Apple Podcasts: ก้าวใหม่สู่ Video Podcast

Apple Podcasts สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในปี 2569 ด้วยการประกาศรองรับพอดแคสต์วิดีโอผ่านเทคโนโลยี HLS (HTTP Live Streaming) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ควบคุมคอนเทนต์และสร้างรายได้ได้อย่างเต็มที่ การอัปเดตนี้ถือเป็นการตอบโต้การเติบโตของ Video-First Podcast บน YouTube โดยตรง และเปิดทางให้ครีเอเตอร์สามารถใช้แพลตฟอร์มของ Apple ในการสร้างรายได้จากทั้งเสียงและวิดีโอ

การแข่งขันที่ส่งผลดีต่อครีเอเตอร์

การแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์มเหล่านี้ส่งผลดีต่อครีเอเตอร์ไทยในหลายมิติ ทั้งการมีทางเลือกในการเผยแพร่มากขึ้น เครื่องมือวิเคราะห์ที่แม่นยำขึ้น และโอกาสในการสร้างรายได้ที่หลากหลาย อย่างไรก็ดี TPSO เตือนว่าตลาดอินฟลูเอนเซอร์ของไทยยังคงกระจุกตัวในไม่กี่แพลตฟอร์ม โดย TikTok ครองส่วนแบ่งถึง 66% ของกิจกรรมการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหมด ซึ่งเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ต้องจับตามอง

TikTok: พอดแคสต์สั้นและ Live Commerce

TikTok กำลังสร้างรูปแบบพอดแคสต์แบบใหม่ที่ผสมผสานระหว่างคอนเทนต์สั้นและการขายสด โดยเฉพาะในกลุ่ม SME และเกษตรกร ข้อมูลจาก Nation Thailand ระบุว่ายอดขายทุเรียนไทยบน TikTok Shop เพิ่มขึ้น 10.6 เท่าในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว 2569 และคำสั่งซื้อผลไม้โดยรวมเพิ่มขึ้น 134% ในครึ่งปีแรก รูปแบบ Live Commerce นี้กำลังกลายเป็นช่องทางรายได้ใหม่สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการผสมผสานคอนเทนต์กับพาณิชย์

บทบาทของ AI และแพลตฟอร์มแห่งชาติ

AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีที่ครีเอเตอร์สร้างและเผยแพร่พอดแคสต์ ทั้งการแปลงข้อความเป็นเสียงอัตโนมัติ การตัดต่ออัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ฟัง ขณะเดียวกันการผลักดันแพลตฟอร์มแห่งชาติอย่าง The Cloud โดยไทยพีบีเอส มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการไหลออกของรายได้ไปยังแพลตฟอร์มต่างชาติ และเพิ่มอำนาจต่อรองของครีเอเตอร์ไทย

การแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์มในปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการสร้างระบบนิเวศที่ครีเอเตอร์ไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน