เมื่อโรงพยาบาลออก去寻找หาเรา ความเหลื่อมล้ำต้อกระจกที่กำลังถูกทลายลงในปี 2569

เมื่อโรงพยาบาลออก去寻找หาเรา ความเหลื่อมล้ำต้อกระจกที่กำลังถูกทลายลงในปี 2569

ปัญหาที่ไม่ได้อยู่ที่ “การรักษา” แต่อยู่ที่ “การเข้าถึง”

ต้อกระจกเป็นโรคที่การรักษาได้ผลชัดเจนและตรงไปตรงมา นั่นคือการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตา แต่สำหรับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ทุรกันดาร อุปสรรคสำคัญไม่ใช่ความรู้ทางการแพทย์ แต่คือระยะทาง ระบบขนส่ง และข้อจำกัดด้านบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องรอคิวนานหรือไม่ได้เข้ารับการรักษาเลย แม้จะมีสิทธิ์ในระบบหลักประกันสุขภาพก็ตาม

ตัวเลขจากจังหวัดน่าน: 354 ชีวิตที่ได้กลับมาเห็นโลกอีกครั้ง

ปฏิบัติการที่ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในปี 2569 เกิดขึ้นที่จังหวัดน่าน เมื่อโครงการ “ราษฎรสุขใจ พลานามัยสมบูรณ์ แพทย์พระราชทาน” ได้ระดมจักษุแพทย์และจิตอาสาลงพื้นที่ให้บริการผ่าตัดต้อกระจกและเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมฟรี รวมถึงมอบแว่นตาให้กับประชาชน โดยมีผู้เข้ารับบริการทั้งสิ้น 354 ราย ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว โครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษา แต่ยังให้ความรู้ด้านสุขศึกษาทางจักษุหลังการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยดูแลดวงตาได้อย่างถูกต้องในระยะยาว

มุกดาหาร: คัดกรอง 7 อำเภอ ก่อนนำเข้าสู่ห้องผ่าตัด

ที่จังหวัดมุกดาหาร โรงพยาบาลมุกดาหารไม่ได้รอให้ผู้ป่วยเดินทางเข้ามาเอง แต่ได้ออกเชิงรุกคัดกรองผู้ป่วยต้อกระจกในเขตจังหวัดทั้ง 7 อำเภอ ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2569 และพบผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงจำนวน 200 คน จากนั้นจึงจัดกิจกรรมผ่าตัดระหว่างวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2569 โดยได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา ในการสนับสนุนจักษุแพทย์ ทีมสหวิชาชีพ เครื่องมือ และเวชภัณฑ์ กระบวนการนี้แสดงให้เห็นว่า การคัดกรองเชิงรุกในชุมชนสามารถนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างเป็นระบบและรวดเร็ว

สงขลา: บทเรียนจากโรงพยาบาลสิงหนคร

ที่จังหวัดสงขลา โรงพยาบาลสิงหนคร ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยบริการสำคัญของโครงการคัดกรองและผ่าตัดต้อกระจกเชิงรุกสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2569 มีรายงานผู้เข้ารับการคัดกรอง 302 คน ในจำนวนนี้มีผู้ต้องส่งต่อเพื่อรับการรักษาเพิ่มเติม 40 คน และมีผู้ได้รับการผ่าตัดแล้ว 209 คน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา โรงพยาบาล และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 12 ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า การทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับหน่วยบริการสุขภาพ สามารถสร้างเส้นทางเข้าถึงบริการที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนได้จริง

บทสรุปของทิศทางในอนาคต: จาก “การรอคอย” สู่ “การเข้าถึง”

สิ่งที่โครงการเหล่านี้สะท้อนร่วมกันคือ ต้นทุนที่แท้จริงของต้อกระจกไม่ได้อยู่ที่ค่าผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ระยะเวลาที่สูญเสียไปกับการรอคอย” และ “คุณภาพชีวิตที่ลดลงระหว่างนั้น” การขยายรูปแบบการคัดกรองเชิงรุกและการผ่าตัดเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ห่างไกล จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมการกุศล แต่เป็นกลยุทธ์ด้านสาธารณสุขที่จำเป็นสำหรับสังคมสูงวัยของไทย